Author name: PUB BAR ASIA

NEWS

สุราไทยมาแรง! ยอดขายพุ่งทะยาน 8.4%

ตลาดสุราไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ยอดขายสุราเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 8.4% และคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8.5-9.5% แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดสุราไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว มาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจสถานบันเทิงที่กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคสุราเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ทำให้สุราแฮนด์เมดท้องถิ่นได้รับความนิยมอย่างสูง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการผลิตสุรา รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และความเป็นส่วนตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสุราแฮนด์เมดจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ส่วนแบ่งตลาดโดยรวมก็ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง เช่น รวงข้าว เบลนด์ 285 และหงส์ทอง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 70% การเติบโตของตลาดสุราไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่ผลิตสุราแฮนด์เมด ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายได้ สำหรับอนาคต ตลาดสุราไทยคาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดสุราก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้น กฎระเบียบที่เข้มงวด และความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เปิดผับถึงตี 4 กระตุ้นเศรษฐกิจเครื่องดื่ม

ข่าวการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงจนถึงตี 4 ที่ส่งผลให้ยอดขายเบียร์เพิ่มขึ้น 6-7% สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายประการที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย และเปิดโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย ปัจจัยขับเคลื่อนและโอกาสทางธุรกิจ 1. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: 2. การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง: 3. พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง: 4. การแข่งขันของผู้ผลิต: แนวโน้มในอนาคต ข่าวการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเบียร์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้มีโอกาสในการเติบโตอย่างมาก หากสามารถปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทย

ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทยมีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งมีความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รสชาติที่ถูกปาก และราคาที่แข่งขันได้ จุดเด่นของการส่งออกเครื่องดื่มของไทย ตลาดเป้าหมายหลัก โอกาสทางธุรกิจ ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทยมีความสดใสและเต็มไปด้วยโอกาส ผู้ประกอบการไทยควรใช้โอกาสนี้ในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เทรนด์ใหม่…ธุรกิจเก่า: โอกาสในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบียร์ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการบริโภคเบียร์ของผู้บริโภคชาวไทย โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ โอกาสและความท้าทาย แนวทางการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจและมีโอกาสในการเติบโต ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ โดยการศึกษาข้อมูลตลาดอย่างละเอียด วางแผนธุรกิจที่รอบคอบ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

โอกาสทองในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ โดยการศึกษาข้อมูลตลาดอย่างละเอียด พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และวางแผนการตลาดที่ได้ผลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เปิดประวัติเหล้าผสมโซดา พร้อม 3 สูตรค็อกเทลทำง่าย

นักดื่มคนไหนไม่เคยกินเหล้าผสมกับโซดาบ้าง? เชื่อว่าน่าจะมีน้อยมาก ว่าแต่มีใครรู้บ้างที่มาของการผสมเหล้ากับโซดามาจากไหน? ใครเป็นผู้คิดและริเริ่ม เชื่อว่าหลายคนไม่รู้อย่างแน่นอน “เหล้าผสมโซดา” เป็นวิธีการดื่มเหล้าอีกสไตล์หนึ่งที่เรียกว่า Highball จุดประสงค์ของการเติมโซดาลงไปในเหล้าก็เพื่อลดความแข็งกร้าวของเหล้าสปิริต(เหล้ากลั่นที่มีดีกรีสูงกว่า 20 %  abv) ที่มีรสสัมผัสร้อนแรง จึงต้องหาอะไรที่มันอ่อนกว่า เช่น น้ำ ,น้ำผลไม้, โซดา , หรือโค้กผสมลงไป ย้อนกลับไปที่มาของการดื่มเหล้าสไตล์ Highball เริ่มแรกเกิดจากแผ่นดินประเทศอังกฤษ  เป็นการผสมกันระหว่างบรั่นดีกับโซดา(Brandy & Soda)ดื่มกันในสังคมชั้นสูงที่ประเทศอังกฤษ เพราะเหล้าบรั่นดีจากฝรั่งเศส(Cognac)มีฐานแฟนคลับเป็นชาวอังกฤษมากว่าประเทศใดในสมัยนั้น ซึ่งคนที่คิดผสมคนแรกคือ Joseph Priestly นักเคมีลูกครึ่งฝรั่งเศส-อังกฤษ (Anglo-French) และเป็นผู้ที่คิดค้นน้ำโซดาเป็นคนแรกของโลก โดยมีส่วนผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต เติมลงไปในน้ำมะนาวทำให้เกิดฟอง                จากนั้นเครื่องดื่ม Highball ก็ได้เกิดขึ้นที่เมืองลีดส์ (Leeds)ตั้งแต่ปี ค.ศ 1767 จากจุดเริ่มต้นวันนั้นก็เป็นที่ถูกใจนักดื่มพอสมควร จนต่อมา Joseph Priestly ได้มีการนำเสนอน้ำโซดาสูตรของเขาให้กับกัปตัน James Cook ผู้นำการเดินเรือชาวอังกฤษ นักทำแผนที่ นักสำรวจทวีปออสเตรเลียและนำไปสู่การยึดครองออสเตรเลียมาเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เพราะเขาเชื่อว่าสามารถป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้ (หรือที่เรียกว่า Scurvy โรคขาดวิตามินซี) โรคนี้ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นล้านๆ คนในสมัยนั้นโดยเฉพาะลูกเรือ ซึ่งถ้าหากรักษาได้ การเดินเรือกลางมหาสมุทรก็จะราบรื่นยิ่งขึ้นในด้านการออกไปค้าขาย, หาดินแดนใหม่ๆ และนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการได้เป็นผู้พิชิตโลกอีกด้วย เรารู้ที่มาของเหล้าผสมโซดากันไปแล้วก็มาลองทำค็อกเทล แบบง่ายๆ กันดีกว่า บอกเลยสายปาร์ตี้ สายดื่มชอบแน่นอน วันนี้มีมาฝากด้วยกัน 3 สูตร 1.Tom Collinsเป็นอีกหนึ่งจินค็อกเทลที่มี 3 ส่วนผสมมาตรฐาน คือ เหล้า มะนาว และน้ำตาล แต่แทนที่จะเชกแล้วเทลงแก้วจิบเย็นๆ เพิ่มความสดชื่นด้วยโซดา ใส่น้ำแข็งเต็มๆ แก้ว ส่วนผสมเหล้าจิน (Gin) 50 มล. , น้ำเลมอนคั้นสด 25 มล. ,น้ำเชื่อม 25 มล. ,โซดาเย็นจัด , น้ำแข็ง , เลมอนฝาน วิธีทำเทเหล้าจิน น้ำเลมอน และน้ำเชื่อมลงในแก้วคอลลินส์ คนส่วนผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง ท็อปด้วยโซดาจนเต็มแก้ว และตกแต่งด้วยเลมอนฝาน    2.Americanoเป็นค็อกเทลญาติผู้พี่ของ Negroni เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสหวานขม แต่อยากได้ความสดชื่นทานง่ายและดีกรีไม่แรง ส่วนผสมเวอร์มุธ 1 ส่วน  , คัมพารี 1 ส่วน , โซดา วิธีทำแก้วนี้ใช้แก้วทรงสูง เติมน้ำแข็งผสมเวอร์มุธ คัมพารี และท็อปด้วยโซดา คนให้เข้ากันเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ 3.Gin Fizzเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเหล้าจิน (Gin)กับเลมอน น้ำเชื่อม และท็อปปิ้งด้วยโซดา   มีรสเปรี้ยวอมหวาน และมีความซ่าของโซดา ส่วนผสมเหล้าจิน (Gin) 50 มล. , น้ำเลมอนคั้นสด 25 มล. , น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ , โซดา , น้ำแข็ง , เลมอนฝาน วิธีทำเทเหล้าจิน ผสมน้ำเลมอน และน้ำเชื่อม หลังจากนั้นเอาน้ำแข็งใส่แก้วแล้ว Shake จนด้านนอกของแก้วเย็น เทเฉพาะน้ำใส่แก้ว Tall glass เติมน้ำแข็งเพิ่ม แล้วท็อปด้วยโซดา ตกแต่งด้วยเลมอนฝาน ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะ ใครเป็นสายดื่มลองทำกันดู แต่ถ้าอยากเห็นทั้งภาพ สินค้า โซดา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุปกรณ์ทำเบียร์ และกิจกรรมอีกมาก มาหาเราได้เลยค่ะ ที่PUB & BAR Asia 2024 ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ค 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ  ลงทะเบียนได้ล่วงหน้าที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T2401 พร้อมลุ้นรับรางวัล ฟรี!

NEWS

ส่องตลาด “คราฟท์เบียร์” ในอาเซียน

ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดคราฟท์เบียร์ (Craft beer)อาเซียน ซึ่งประเทศที่ยังครองแชมป์เจ้าตลาดคราฟท์เบียร์ยังคงเป็นของ “เวียดนาม” จากปริมาณการดื่มและการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เวียดนามถูกยกให้เป็นเมืองหลวงคราฟท์เบียร์อาเซียน จากข้อมูลในปี 2022 ปริมาณการดื่มเบียร์ของประชากรเวียดนาม คิดเป็น 2.2% ของตลาดโลก หรือประมาณ 3,800 ล้านลิตร นั่งแท่นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ การขยายตัวของตลาดคราฟท์เบียร์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เวียดนามได้เครื่องการันตีความสำเร็จระดับสากลในฐานะเป็นผู้ผลิตคราฟท์เบียร์ในเวทีโลก ด้วย 4 รางวัลเหรียญทองจาก World Beer Awards 2020 และ 1 รางวัลเหรียญทองแดง จาก Asia Beer Championships 2021 จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้การส่งออกคราฟท์เบียร์ของเวียดนามไปจำหน่ายทั่วอเมริกา ยุโรป และเอเชียมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยที่ทำให้เวียดนามประสบความสำเร็จในการบุกตลาดคราฟท์เบียร์ โดยเฉพาะด้านการผลิต คือ เวียดนามมีวัตถุดิบท้องถิ่นที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตคราฟท์เบียร์ที่หลากหลายมากกว่า 70 ชนิด อาทิ กาแฟ , ช็อคโกแลต ,ตะไคร้ ,เครื่องเทศต่างๆ และทุเรียน ฯลฯ นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังมีกฎระเบียบและขั้นตอนในการตั้งธุรกิจประเภทนี้ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะการไม่กำหนดปริมาณหรือกำลังการผลิตขั้นต่ำ จึงเปิดช่องให้ผู้ผลิตรายเล็กเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจังได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเปิดกว้าง แต่ผู้ผลิตรายย่อยก็มีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ คือ ราคาขายที่แพงกว่าเมื่อเทียบกับเบียร์ท้องตลาดทั่วไป แต่ถึงแม้ว่าจะมีจุดด้อยดังกล่าว แต่รายเล็กก็มีจุดขายสำคัญ คือ รสชาติ กรรมวิธีการผลิต และรสนิยมในการดื่มของคนรุ่นใหม่ สิ่งดังกล่าวจึงทำให้ตลาดคราฟท์เบียร์ของเวียดนามยังเติบโตได้ อีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามองสำหรับตลาดคราฟท์อาเซียน คือ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ของฟิลิปปินส์เป็นเรื่องปกติ ทำให้มีวัฒนธรรมการดื่มที่ถูกเรียกเป็นภาษาตากาล๊อกว่า “Laklak และ Inuman Na” เห็นได้จากการสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อน วันเกิด หรือเทศกาลต่างๆ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์มีการใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง โดยเบียร์ถือเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความนิยมมากที่สุด มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 72% (ประมาณ 2.1 พันล้านลิตร) ซึ่งประเภทของเบียร์ที่คนฟิลิปปินส์นิยมดื่มกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ คราฟท์เบียร์ จากการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการณ์คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเบียร์ของฟิลิปปินส์ในปี 2569 น่าจะมีมูลค่ายอดอยู่ที่ประมาณ 413,810.3 ล้านเปโซ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2565 ส่วนตลาดเบียร์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ปี 2567 นี้คาดว่าจะชะลอตัว เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องกฎหมาย มีข้อจำกัดในด้านการผลิต และการทำตลาด ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ตลาดคราฟท์เบียร์ของไทยชะลอตัวตามไปด้วย โดยปัจจุบันตลาดคราฟท์เบียร์ของไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับใครที่อยาพบปะพูดคุยแบบเจาะลึกตลาดคราฟท์เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นๆ อยากให้ลองแวะมางาน PUB & BAR Asia 2024 งานสำหรับธุรกิจผับ บาร์ งานแรกของไทย ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ค 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ลงทะเบียนเข้าชมงานที่นี่ https://eventpassinsight.co/el/to/PBA2401

NEWS

โลกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในโลกของเครื่องดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีเอกลักษณ์และความน่าหลงใหลไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มดับกระหาย แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตัวเชื่อมความสัมพันธ์ และแม้แต่ส่วนผสมในการทำอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มอบประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งรสชาติ กลิ่น และความรู้สึก ไม่ว่าจะดื่มแบบผ่อนคลายหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทำความเข้าใจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การจำแนกประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่ สุรากลั่น (Distilled Spirits) สุราปรุงแต่งรสชาติ (Liqueurs) และเครื่องดื่มหมัก (Fermented Beverages) แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะและวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน สุรากลั่น: สาระสำคัญของแอลกอฮอล์ สุรากลั่น หรือที่เรียกว่า “เหล้าแรง” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตผ่านกระบวนการกลั่น กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของแอลกอฮอล์จากส่วนผสมที่หมักไว้ ผลลัพธ์คือสุราที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง โดยทั่วไปอยู่ที่ 40% ถึง 50% ABV (alcohol by volume) ตัวอย่างสุรากลั่นที่โด่งดัง ได้แก่: วิสกี้: สุรากลั่นที่ทำจากเมล็ดธัญพืชหมัก มักบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อความกลมกล่อมและซับซ้อนบรั่นดี: สุรากลั่นที่ผลิตจากผลไม้หมัก เช่น องุ่นหรือแอปเปิ้ล มักบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อรสชาติที่เข้มข้น คล้ายคาราเมล รัม: สุรากลั่นที่ได้จากกากน้ำตาลหมัก มักมีรสหวาน เหมาะสำหรับค็อกเทลหลากหลายชนิด วอดก้า: สุรากลั่นที่ทำจากเมล็ดธัญพืชหรือมันฝรั่ง เป็นที่รู้จักจากรสชาติที่เป็นกลาง เหมาะสำหรับเครื่องดื่มผสม เตกีล่า: สุรากลั่นที่ผลิตจากต้นอากาเว (Agave) พบได้ทั่วไปในเม็กซิโก แบ่งตามอายุการบ่ม เช่น บลานโก (ไม่บ่ม) เร ปอสาด(บ่ม) หรือ อันเญโฮ (บ่มนาน) สุราปรุงแต่งรสชาติ: บทเพลงแห่งรสชาติ สุราปรุงแต่งรสชาติ หรือที่เรียกว่า “คอร์เดียล” เป็นสุรากลั่นที่ผสมผสานกับรสชาติต่างๆ เช่น ผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ หรือสารให้ความหวาน มักมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสุรากลั่นทั่วไป อยู่ที่ 15% ถึง 50% ABV สุราปรุงแต่งรสชาติยอดนิยม ได้แก่: อะมาริตโต้: สุราหวาน ปรุงแต่งด้วยอัลมอนด์และเครื่องเทศอื่นๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟหรือใช้ในค็อกเทล แกรนด์ มาร์เนียร์: สุราฝรั่งเศส ทำจากเปลือกส้ม คอนยัค และบรั่นดีอื่นๆ มีกลิ่นหอมส้มและคอนยัค แซมบูคา: สุราอิตาลี มีรสชาติของชะเอม มักดื่มเย็นๆ หรือใช้ในค็อกเทล เช่น B-52 ไอริช ครีม: สุราที่ทำจากวิสกี้ไอริช ครีม และสารแต่งกลิ่นอื่นๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟหรือผสมกับกาแฟ โดยยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลในผลไม้ ธัญพืช หรือส่วนผสมอื่นๆ กลายเป็นแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มประเภทนี้มักมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสุรากลั่นและสุราปรุงแต่งรสชาติ อยู่ที่ประมาณ 2% ถึง 16% ABV ตัวอย่างเครื่องดื่มหมักที่พบได้ทั่วไป ได้แก่: เบียร์: เครื่องดื่มที่ผลิตจากการหมักธัญพืช โดยทั่วไปนิยมใช้ข้าวบาร์เลย์ มีหลากหลายสไตล์และรสชาติ ไวน์: เครื่องดื่มที่ผลิตจากการหมักองุ่น มีตั้งแต่ไวน์แดงแห้งและฝาด ไปจนถึงไวน์ขาวหวานและผลไม้ สาเก: ไวน์ข้าวญี่ปุ่นที่ใช้ยีสต์ชนิดพิเศษในการผลิต มีรสชาติละเอียดอ่อนและกลิ่นอูมามิเป็นเอกลักษณ์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย: ในประเทศไทย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนสำคัญของการสังสรรค์และงานเฉลิมฉลอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมในไทย ได้แก่: เบียร์: เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเบียร์ลาเกอร์ครองตลาดมาโดยตลอด เหล้าขาว: สุราพื้นบ้านไทยที่กลั่นจากข้าว มักดื่มเพียวๆ หรือผสมกับน้ำหรือน้ำแข็ง สิงห์ ส้ม: รัมไทยชื่อดัง มีรสชาติกลมกล่อมและหวานเล็กน้อย แม่โขง: เหล้าสมุนไพรไทย ผสมผสานเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟ โลกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสน่ห์อันกว้างใหญ่ไพศาลของรสชาติ กลิ่น และความสำคัญทางวัฒนธรรม ตั้งแต่สุรากลั่นอันหรูหรา ไปจนถึงเครื่องดื่มหมักที่มีเสน่ห์แบบดั้งเดิม แต่ละประเภทมอบประสบการณ์ที่พิเศษและน่าเพลิดเพลิน ขณะที่คุณสำรวจภูมิทัศน์อันหลากหลายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าลืมลิ้มรสชาติ ชื่นชมฝีมือการผลิต และดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วยความรับผิดชอบ สำหรับผู้ที่สนใจในสินค้าสำหรับผับ บาร์และสถานบันเทิง ห้ามพลาดการเข้าชมงานแสดงสินค้า PUB & BAR Asia 2024 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ คุณจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องดื่มประเถทต่างๆ สินค้าใหม่ล่าสุด ทั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ และวัตถุดิบต่างๆ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้ฟรี! https://eventpassinsight.co/el/to/TFBO2401

NEWS

โอกาสสุดท้าย! รับเงินสนับสนุนมากถึง 80% จาก สสว. บูธถูกจับจองอย่างรวดเร็ว!

ผู้ประกอบการธุรกิจผับ บาร์ และสถานบันเทิงที่กำลังมองหาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง งาน Pub & Bar Asia 2024 มอบโอกาสพิเศษ ในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพิ่มยอดขาย และปิดดีลสำคัญกับผู้ซื้อที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพสูง และผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมุ่งมั่นยกระดับธุรกิจผับและบาร์ของตนเอง เพื่อรองรับความต้องการของตลาด

NEWS

EXECUTIVE SUMMARY

EXECUTIVE SUMMARY The Thai beverage industry heavily depends on the domestic market, accounting for over 79% of total sales. In 2022, the overall production and sales recovered after the COVID-19 pandemic, and economic activities were normal. However, during the first 8 months of 2023, the overall production and sales situation declined due to the purchasing power of consumers, which was affected by high living costs, as well as the increase in product prices due to rising costs and the sugar control tax increase. In 2024-2026, production is expected to grow slightly by an average of 1.5-2.5% per year. Domestic sales are expected to grow by 3.0-4.0% per year, driven by: Exports are expected to grow by 1.5-2.5% per year as neighbouring countries gradually reopen border trade checkpoints and purchasing power recovers. However, expanding production from Thai businesses’ overseas investments may limit export growth. The outlook for overall beverage producers in Thailand in 2024-2026 is expected to recover gradually, in line with the economic recovery, the restaurant industry, and domestic tourism. However, they may face higher water and agricultural raw material costs due to the intensifying El Niño phenomenon. Water and bottled mineral water producers: Revenue is expected to increase, driven by the recovery of the domestic economy and tourism, which will support water demand, especially from the restaurant, hotel, and entertainment industries. In addition, demand for clean, uncontaminated water from CLMV countries, which are major trading partners, is expected to recover after border trade returns to normal. Soft drink producers: The increasing business activities amid rising temperatures make consumers more inclined to consume refreshing beverages. Despite the impact of the sugar tax, many producers have adapted by using sweeteners instead of sugar. In addition, developing new products for health-conscious consumers, such as vitamin-infused soft drinks, alcohol-flavored soft drinks, and fruit-flavored sodas, will help boost revenue. Beer producers: Revenue is expected to recover gradually, driven by the restaurant, pub, bar, and nightlife venues that have resumed operations as normal to support increasing social gatherings. In addition, the release of various products with new and innovative flavours will continue to stimulate consumer interest. However, higher agricultural raw material costs due to drought may pressure profitability. Liquor producers: Consumption is expected to decline as prices rise in line with raw material costs. In a situation where consumers are still cautious about spending, coupled with consumer behaviour shifting to focus more on healthy beverages, producers are likely to accelerate product development by increasing the quality of alcohol ingredients to enhance satisfaction and a better consumption experience. The Thai beverage industry is expected to recover gradually in the next three years. However, the industry will face some challenges, such as rising water and agricultural raw material costs. Basic Information The Thai beverage industry has a production share of 98.3% of the total domestic consumption of beverages. It focuses on domestic sales, accounting for 78.7% of total production in Thailand. The rest is for export. The import volume accounts for only 1.7% of domestic beverage sales. The import volume of non-alcoholic and alcoholic beverages is 43:57 and 20:80 in value. In 2022, the Thai beverage industry had 393 factories registered with the Department of Industrial Works. Most of them are located in the Central region. Nakhon Pathom province has the most beverage factories, with 38 factories. The following are the provinces with the most beverage factories: Pathum Thani (30), Chonburi (29), Ayutthaya (24), Samut Sakhon (18), and Bangkok (18). The total number of beverage factories is divided into: In 2022, Thailand’s domestic beverage sales volume was 12,112.2 million litres, worth 14,363.3 million USD. It was divided into non-alcoholic beverages and alcoholic beverages, accounting for 77:23 in terms of volume and 40:60 in terms of value (Figure 1). The details are as follows: Non-alcoholic beverages The domestic sales volume of non-alcoholic beverages was 9,334.6 million litres, worth 5,703.2 million USD. It accounted for 77.1% and 39.7% of the total beverage sales in Thailand in terms of volume and value, respectively. The main products are bottled and mineral water, with a combined sales volume of 5,008.8 million litres, accounting for 53.7% of the non-alcoholic beverage sales volume. The following are the other products in order of sales volume: soft drinks and soda (31.1%), ready-to-drink tea (4.3%), fruit juice (3.5%), energy drinks (3.2%), and other beverages (4.2%). Alcoholic beverages The domestic sales volume of alcoholic beverages was 2,777.6 million litres, worth 8,660.1 million USD. It accounted for 22.9% and 60.3% in terms of volume and value of the total beverage sales in Thailand, respectively. The main product is beer, with a sales volume of 2,017.1 million litres, accounting for 72.6% of the alcoholic beverage sales volume. The following are the other products in order of sales volume: liquor (25.5%), ready-to-drink alcoholic beverages (0.9%), wine (0.9%), and fermented or matured fruit juice (0.1%). Key Highlights Export of beverages from Thailand In 2023, Thailand exported 2,580.3 million litres of beverages worth US$2.726.7 billion (Figure 2). Cambodia was the top export destination, accounting for 21.2% of the volume, followed by Vietnam (15.1%), Myanmar (12.5%), the United States (12.3%), and China (6.2%). Exports were divided into two categories: Summary The Thai beverage industry is an important contributor to the country’s economy. In 2023, the industry generated a total export value of US$2.726.7 billion, accounting for 2.7% of GDP. Non-alcoholic beverages accounted for 85.0% of the export value, while alcoholic beverages accounted for 15.0%. Key takeaways Development and Structure of the Beverage Industry in Thailand The commercial production of beverages in Thailand initially involved the production of alcoholic beverages by the government to replace imports. In the following period, the government opened up opportunities for private investors to produce alcoholic beverages, and the Board of Investment (BOI) continued to promote investment in the beverage industry. As a result, the beverage industry in Thailand expanded and was able to produce a variety of beverages, both alcoholic and non-alcoholic. The key developments in the Thai beverage industry are as follows: Non-alcoholic beverages In the early