The 4th Edition

Pub Bar Asia

Gastronomic Mixology: Reinventing Classic Drinks with Culinary Creativity

9–12 July 2026 • EH 101 • 10:00 A.M. – 07:00 P.M.

NEWS

NEWS

อุปกรณ์บาร์: เบื้องหลังประสบการณ์การดื่มที่ลูกค้าอาจไม่เคยสังเกต

เมื่อพูดถึงบาร์หรือผับ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นสูตรค็อกเทล ดนตรี หรือบรรยากาศภายในร้านแต่เบื้องหลังประสบการณ์การดื่มที่ “ลื่นไหล” และ “น่าประทับใจ” นั้น แท้จริงแล้วถูกขับเคลื่อนด้วย อุปกรณ์บาร์ ที่ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับการใช้งานจริง ในยุคที่ธุรกิจผับและบาร์ต้องแข่งทั้งเรื่องคุณภาพ ความเร็ว และเอกลักษณ์ อุปกรณ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจโดยตรง จาก Shaker ถึง Smart System: อุปกรณ์บาร์เปลี่ยนไปอย่างไร อุปกรณ์บาร์ในปัจจุบันพัฒนาไปไกลกว่าที่หลายคนคิดจากเดิมที่เน้นเพียงความทนทานและการใช้งานพื้นฐาน วันนี้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญกับ ไม่ว่าจะเป็น Ice Machine ประสิทธิภาพสูง, Draft System รุ่นใหม่, Bar Counter แบบ Modular ไปจนถึงอุปกรณ์ Smart Bar ที่เชื่อมต่อข้อมูลการขาย ทุกชิ้นล้วนมีผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง อุปกรณ์บาร์ = เครื่องมือสร้างกำไร (ที่หลายร้านมองข้าม) หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การมองอุปกรณ์บาร์เป็น “ต้นทุน”ในความเป็นจริง อุปกรณ์ที่เหมาะสมสามารถช่วยธุรกิจได้มากกว่านั้น การลงทุนกับอุปกรณ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณ แต่เป็นการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เทรนด์อุปกรณ์บาร์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ ในระดับอุตสาหกรรม กำลังเห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เช่น เทรนด์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บาร์ระดับพรีเมียม แต่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับร้านขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ที่อุตสาหกรรมบาร์ได้มาเจอกัน การอัปเดตเทคโนโลยี แนวคิด และโซลูชันใหม่ๆ ด้วยการเห็นของจริงและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ยังคงเป็นสิ่งที่ออนไลน์ทดแทนไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ ในปี 2026 อุตสาหกรรมผับและบาร์ในเอเชียกำลังจะมีพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และทิศทางธุรกิจ ที่รวมทุกองค์ประกอบของบาร์ยุคใหม่ไว้ในที่เดียว เพราะท้ายที่สุดแล้ว “อุปกรณ์บาร์” ไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่คือกุญแจสำคัญที่กำหนดผลกำไรและอนาคตของธุรกิจเครื่องดื่ม มาร่วมอัปเดตนวัตกรรมและโซลูชันที่เหนือกว่าเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนในงาน PUB BAR ASIA 2026 พื้นที่เดียวที่รวมทุกคำตอบเพื่อผู้ประกอบการและผู้จัดแสดงสินค้าตัวจริง 📌 The 4th Edition of PUB BAR ASIA 2026 Gastronomic Mixology: Reinventing Classic Drinks with Culinary Creativity 📅 9–12 July 2026 📍 EH101, BITEC Bangna, Thailand จองบูธงานแสดงสินค้า Pub Bar Asia: 

NEWS

สุราไทยมาแรง! ยอดขายพุ่งทะยาน 8.4%

ตลาดสุราไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ยอดขายสุราเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 8.4% และคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8.5-9.5% แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดสุราไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว มาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจสถานบันเทิงที่กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคสุราเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ทำให้สุราแฮนด์เมดท้องถิ่นได้รับความนิยมอย่างสูง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการผลิตสุรา รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และความเป็นส่วนตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสุราแฮนด์เมดจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ส่วนแบ่งตลาดโดยรวมก็ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง เช่น รวงข้าว เบลนด์ 285 และหงส์ทอง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 70% การเติบโตของตลาดสุราไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่ผลิตสุราแฮนด์เมด ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายได้ สำหรับอนาคต ตลาดสุราไทยคาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดสุราก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้น กฎระเบียบที่เข้มงวด และความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เปิดผับถึงตี 4 กระตุ้นเศรษฐกิจเครื่องดื่ม

ข่าวการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงจนถึงตี 4 ที่ส่งผลให้ยอดขายเบียร์เพิ่มขึ้น 6-7% สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายประการที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย และเปิดโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย ปัจจัยขับเคลื่อนและโอกาสทางธุรกิจ 1. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: 2. การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง: 3. พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง: 4. การแข่งขันของผู้ผลิต: แนวโน้มในอนาคต ข่าวการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเบียร์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้มีโอกาสในการเติบโตอย่างมาก หากสามารถปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทย

ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทยมีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งมีความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รสชาติที่ถูกปาก และราคาที่แข่งขันได้ จุดเด่นของการส่งออกเครื่องดื่มของไทย ตลาดเป้าหมายหลัก โอกาสทางธุรกิจ ตลาดส่งออกเครื่องดื่มของไทยมีความสดใสและเต็มไปด้วยโอกาส ผู้ประกอบการไทยควรใช้โอกาสนี้ในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เทรนด์ใหม่…ธุรกิจเก่า: โอกาสในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบียร์ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการบริโภคเบียร์ของผู้บริโภคชาวไทย โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ โอกาสและความท้าทาย แนวทางการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจและมีโอกาสในการเติบโต ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ โดยการศึกษาข้อมูลตลาดอย่างละเอียด วางแผนธุรกิจที่รอบคอบ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

โอกาสทองในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ โดยการศึกษาข้อมูลตลาดอย่างละเอียด พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และวางแผนการตลาดที่ได้ผลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ล่าสุดในวงการนี้ Pub Bar Asia 2025 คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

NEWS

เปิดประวัติเหล้าผสมโซดา พร้อม 3 สูตรค็อกเทลทำง่าย

นักดื่มคนไหนไม่เคยกินเหล้าผสมกับโซดาบ้าง? เชื่อว่าน่าจะมีน้อยมาก ว่าแต่มีใครรู้บ้างที่มาของการผสมเหล้ากับโซดามาจากไหน? ใครเป็นผู้คิดและริเริ่ม เชื่อว่าหลายคนไม่รู้อย่างแน่นอน “เหล้าผสมโซดา” เป็นวิธีการดื่มเหล้าอีกสไตล์หนึ่งที่เรียกว่า Highball จุดประสงค์ของการเติมโซดาลงไปในเหล้าก็เพื่อลดความแข็งกร้าวของเหล้าสปิริต(เหล้ากลั่นที่มีดีกรีสูงกว่า 20 %  abv) ที่มีรสสัมผัสร้อนแรง จึงต้องหาอะไรที่มันอ่อนกว่า เช่น น้ำ ,น้ำผลไม้, โซดา , หรือโค้กผสมลงไป ย้อนกลับไปที่มาของการดื่มเหล้าสไตล์ Highball เริ่มแรกเกิดจากแผ่นดินประเทศอังกฤษ  เป็นการผสมกันระหว่างบรั่นดีกับโซดา(Brandy & Soda)ดื่มกันในสังคมชั้นสูงที่ประเทศอังกฤษ เพราะเหล้าบรั่นดีจากฝรั่งเศส(Cognac)มีฐานแฟนคลับเป็นชาวอังกฤษมากว่าประเทศใดในสมัยนั้น ซึ่งคนที่คิดผสมคนแรกคือ Joseph Priestly นักเคมีลูกครึ่งฝรั่งเศส-อังกฤษ (Anglo-French) และเป็นผู้ที่คิดค้นน้ำโซดาเป็นคนแรกของโลก โดยมีส่วนผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต เติมลงไปในน้ำมะนาวทำให้เกิดฟอง                จากนั้นเครื่องดื่ม Highball ก็ได้เกิดขึ้นที่เมืองลีดส์ (Leeds)ตั้งแต่ปี ค.ศ 1767 จากจุดเริ่มต้นวันนั้นก็เป็นที่ถูกใจนักดื่มพอสมควร จนต่อมา Joseph Priestly ได้มีการนำเสนอน้ำโซดาสูตรของเขาให้กับกัปตัน James Cook ผู้นำการเดินเรือชาวอังกฤษ นักทำแผนที่ นักสำรวจทวีปออสเตรเลียและนำไปสู่การยึดครองออสเตรเลียมาเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เพราะเขาเชื่อว่าสามารถป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้ (หรือที่เรียกว่า Scurvy โรคขาดวิตามินซี) โรคนี้ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นล้านๆ คนในสมัยนั้นโดยเฉพาะลูกเรือ ซึ่งถ้าหากรักษาได้ การเดินเรือกลางมหาสมุทรก็จะราบรื่นยิ่งขึ้นในด้านการออกไปค้าขาย, หาดินแดนใหม่ๆ และนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการได้เป็นผู้พิชิตโลกอีกด้วย เรารู้ที่มาของเหล้าผสมโซดากันไปแล้วก็มาลองทำค็อกเทล แบบง่ายๆ กันดีกว่า บอกเลยสายปาร์ตี้ สายดื่มชอบแน่นอน วันนี้มีมาฝากด้วยกัน 3 สูตร 1.Tom Collinsเป็นอีกหนึ่งจินค็อกเทลที่มี 3 ส่วนผสมมาตรฐาน คือ เหล้า มะนาว และน้ำตาล แต่แทนที่จะเชกแล้วเทลงแก้วจิบเย็นๆ เพิ่มความสดชื่นด้วยโซดา ใส่น้ำแข็งเต็มๆ แก้ว ส่วนผสมเหล้าจิน (Gin) 50 มล. , น้ำเลมอนคั้นสด 25 มล. ,น้ำเชื่อม 25 มล. ,โซดาเย็นจัด , น้ำแข็ง , เลมอนฝาน วิธีทำเทเหล้าจิน น้ำเลมอน และน้ำเชื่อมลงในแก้วคอลลินส์ คนส่วนผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน เติมน้ำแข็ง ท็อปด้วยโซดาจนเต็มแก้ว และตกแต่งด้วยเลมอนฝาน    2.Americanoเป็นค็อกเทลญาติผู้พี่ของ Negroni เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสหวานขม แต่อยากได้ความสดชื่นทานง่ายและดีกรีไม่แรง ส่วนผสมเวอร์มุธ 1 ส่วน  , คัมพารี 1 ส่วน , โซดา วิธีทำแก้วนี้ใช้แก้วทรงสูง เติมน้ำแข็งผสมเวอร์มุธ คัมพารี และท็อปด้วยโซดา คนให้เข้ากันเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ 3.Gin Fizzเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเหล้าจิน (Gin)กับเลมอน น้ำเชื่อม และท็อปปิ้งด้วยโซดา   มีรสเปรี้ยวอมหวาน และมีความซ่าของโซดา ส่วนผสมเหล้าจิน (Gin) 50 มล. , น้ำเลมอนคั้นสด 25 มล. , น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ , โซดา , น้ำแข็ง , เลมอนฝาน วิธีทำเทเหล้าจิน ผสมน้ำเลมอน และน้ำเชื่อม หลังจากนั้นเอาน้ำแข็งใส่แก้วแล้ว Shake จนด้านนอกของแก้วเย็น เทเฉพาะน้ำใส่แก้ว Tall glass เติมน้ำแข็งเพิ่ม แล้วท็อปด้วยโซดา ตกแต่งด้วยเลมอนฝาน ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะ ใครเป็นสายดื่มลองทำกันดู แต่ถ้าอยากเห็นทั้งภาพ สินค้า โซดา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุปกรณ์ทำเบียร์ และกิจกรรมอีกมาก มาหาเราได้เลยค่ะ ที่PUB & BAR Asia 2024 ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ค 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ  ลงทะเบียนได้ล่วงหน้าที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T2401 พร้อมลุ้นรับรางวัล ฟรี!

NEWS

ส่องตลาด “คราฟท์เบียร์” ในอาเซียน

ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดคราฟท์เบียร์ (Craft beer)อาเซียน ซึ่งประเทศที่ยังครองแชมป์เจ้าตลาดคราฟท์เบียร์ยังคงเป็นของ “เวียดนาม” จากปริมาณการดื่มและการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เวียดนามถูกยกให้เป็นเมืองหลวงคราฟท์เบียร์อาเซียน จากข้อมูลในปี 2022 ปริมาณการดื่มเบียร์ของประชากรเวียดนาม คิดเป็น 2.2% ของตลาดโลก หรือประมาณ 3,800 ล้านลิตร นั่งแท่นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ การขยายตัวของตลาดคราฟท์เบียร์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เวียดนามได้เครื่องการันตีความสำเร็จระดับสากลในฐานะเป็นผู้ผลิตคราฟท์เบียร์ในเวทีโลก ด้วย 4 รางวัลเหรียญทองจาก World Beer Awards 2020 และ 1 รางวัลเหรียญทองแดง จาก Asia Beer Championships 2021 จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้การส่งออกคราฟท์เบียร์ของเวียดนามไปจำหน่ายทั่วอเมริกา ยุโรป และเอเชียมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยที่ทำให้เวียดนามประสบความสำเร็จในการบุกตลาดคราฟท์เบียร์ โดยเฉพาะด้านการผลิต คือ เวียดนามมีวัตถุดิบท้องถิ่นที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตคราฟท์เบียร์ที่หลากหลายมากกว่า 70 ชนิด อาทิ กาแฟ , ช็อคโกแลต ,ตะไคร้ ,เครื่องเทศต่างๆ และทุเรียน ฯลฯ นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังมีกฎระเบียบและขั้นตอนในการตั้งธุรกิจประเภทนี้ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะการไม่กำหนดปริมาณหรือกำลังการผลิตขั้นต่ำ จึงเปิดช่องให้ผู้ผลิตรายเล็กเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจังได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเปิดกว้าง แต่ผู้ผลิตรายย่อยก็มีความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ คือ ราคาขายที่แพงกว่าเมื่อเทียบกับเบียร์ท้องตลาดทั่วไป แต่ถึงแม้ว่าจะมีจุดด้อยดังกล่าว แต่รายเล็กก็มีจุดขายสำคัญ คือ รสชาติ กรรมวิธีการผลิต และรสนิยมในการดื่มของคนรุ่นใหม่ สิ่งดังกล่าวจึงทำให้ตลาดคราฟท์เบียร์ของเวียดนามยังเติบโตได้ อีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามองสำหรับตลาดคราฟท์อาเซียน คือ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ของฟิลิปปินส์เป็นเรื่องปกติ ทำให้มีวัฒนธรรมการดื่มที่ถูกเรียกเป็นภาษาตากาล๊อกว่า “Laklak และ Inuman Na” เห็นได้จากการสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อน วันเกิด หรือเทศกาลต่างๆ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์มีการใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง โดยเบียร์ถือเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความนิยมมากที่สุด มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 72% (ประมาณ 2.1 พันล้านลิตร) ซึ่งประเภทของเบียร์ที่คนฟิลิปปินส์นิยมดื่มกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ คราฟท์เบียร์ จากการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการณ์คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเบียร์ของฟิลิปปินส์ในปี 2569 น่าจะมีมูลค่ายอดอยู่ที่ประมาณ 413,810.3 ล้านเปโซ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2565 ส่วนตลาดเบียร์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท ปี 2567 นี้คาดว่าจะชะลอตัว เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องกฎหมาย มีข้อจำกัดในด้านการผลิต และการทำตลาด ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ตลาดคราฟท์เบียร์ของไทยชะลอตัวตามไปด้วย โดยปัจจุบันตลาดคราฟท์เบียร์ของไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับใครที่อยาพบปะพูดคุยแบบเจาะลึกตลาดคราฟท์เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นๆ อยากให้ลองแวะมางาน PUB & BAR Asia 2024 งานสำหรับธุรกิจผับ บาร์ งานแรกของไทย ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ค 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ลงทะเบียนเข้าชมงานที่นี่ https://eventpassinsight.co/el/to/PBA2401

NEWS

โลกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในโลกของเครื่องดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีเอกลักษณ์และความน่าหลงใหลไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มดับกระหาย แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตัวเชื่อมความสัมพันธ์ และแม้แต่ส่วนผสมในการทำอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มอบประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งรสชาติ กลิ่น และความรู้สึก ไม่ว่าจะดื่มแบบผ่อนคลายหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทำความเข้าใจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การจำแนกประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่ สุรากลั่น (Distilled Spirits) สุราปรุงแต่งรสชาติ (Liqueurs) และเครื่องดื่มหมัก (Fermented Beverages) แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะและวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน สุรากลั่น: สาระสำคัญของแอลกอฮอล์ สุรากลั่น หรือที่เรียกว่า “เหล้าแรง” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตผ่านกระบวนการกลั่น กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของแอลกอฮอล์จากส่วนผสมที่หมักไว้ ผลลัพธ์คือสุราที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูง โดยทั่วไปอยู่ที่ 40% ถึง 50% ABV (alcohol by volume) ตัวอย่างสุรากลั่นที่โด่งดัง ได้แก่: วิสกี้: สุรากลั่นที่ทำจากเมล็ดธัญพืชหมัก มักบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อความกลมกล่อมและซับซ้อนบรั่นดี: สุรากลั่นที่ผลิตจากผลไม้หมัก เช่น องุ่นหรือแอปเปิ้ล มักบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อรสชาติที่เข้มข้น คล้ายคาราเมล รัม: สุรากลั่นที่ได้จากกากน้ำตาลหมัก มักมีรสหวาน เหมาะสำหรับค็อกเทลหลากหลายชนิด วอดก้า: สุรากลั่นที่ทำจากเมล็ดธัญพืชหรือมันฝรั่ง เป็นที่รู้จักจากรสชาติที่เป็นกลาง เหมาะสำหรับเครื่องดื่มผสม เตกีล่า: สุรากลั่นที่ผลิตจากต้นอากาเว (Agave) พบได้ทั่วไปในเม็กซิโก แบ่งตามอายุการบ่ม เช่น บลานโก (ไม่บ่ม) เร ปอสาด(บ่ม) หรือ อันเญโฮ (บ่มนาน) สุราปรุงแต่งรสชาติ: บทเพลงแห่งรสชาติ สุราปรุงแต่งรสชาติ หรือที่เรียกว่า “คอร์เดียล” เป็นสุรากลั่นที่ผสมผสานกับรสชาติต่างๆ เช่น ผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ หรือสารให้ความหวาน มักมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสุรากลั่นทั่วไป อยู่ที่ 15% ถึง 50% ABV สุราปรุงแต่งรสชาติยอดนิยม ได้แก่: อะมาริตโต้: สุราหวาน ปรุงแต่งด้วยอัลมอนด์และเครื่องเทศอื่นๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟหรือใช้ในค็อกเทล แกรนด์ มาร์เนียร์: สุราฝรั่งเศส ทำจากเปลือกส้ม คอนยัค และบรั่นดีอื่นๆ มีกลิ่นหอมส้มและคอนยัค แซมบูคา: สุราอิตาลี มีรสชาติของชะเอม มักดื่มเย็นๆ หรือใช้ในค็อกเทล เช่น B-52 ไอริช ครีม: สุราที่ทำจากวิสกี้ไอริช ครีม และสารแต่งกลิ่นอื่นๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟหรือผสมกับกาแฟ โดยยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลในผลไม้ ธัญพืช หรือส่วนผสมอื่นๆ กลายเป็นแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มประเภทนี้มักมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสุรากลั่นและสุราปรุงแต่งรสชาติ อยู่ที่ประมาณ 2% ถึง 16% ABV ตัวอย่างเครื่องดื่มหมักที่พบได้ทั่วไป ได้แก่: เบียร์: เครื่องดื่มที่ผลิตจากการหมักธัญพืช โดยทั่วไปนิยมใช้ข้าวบาร์เลย์ มีหลากหลายสไตล์และรสชาติ ไวน์: เครื่องดื่มที่ผลิตจากการหมักองุ่น มีตั้งแต่ไวน์แดงแห้งและฝาด ไปจนถึงไวน์ขาวหวานและผลไม้ สาเก: ไวน์ข้าวญี่ปุ่นที่ใช้ยีสต์ชนิดพิเศษในการผลิต มีรสชาติละเอียดอ่อนและกลิ่นอูมามิเป็นเอกลักษณ์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย: ในประเทศไทย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนสำคัญของการสังสรรค์และงานเฉลิมฉลอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมในไทย ได้แก่: เบียร์: เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเบียร์ลาเกอร์ครองตลาดมาโดยตลอด เหล้าขาว: สุราพื้นบ้านไทยที่กลั่นจากข้าว มักดื่มเพียวๆ หรือผสมกับน้ำหรือน้ำแข็ง สิงห์ ส้ม: รัมไทยชื่อดัง มีรสชาติกลมกล่อมและหวานเล็กน้อย แม่โขง: เหล้าสมุนไพรไทย ผสมผสานเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ มักดื่มเป็นดิจีสตีฟ โลกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสน่ห์อันกว้างใหญ่ไพศาลของรสชาติ กลิ่น และความสำคัญทางวัฒนธรรม ตั้งแต่สุรากลั่นอันหรูหรา ไปจนถึงเครื่องดื่มหมักที่มีเสน่ห์แบบดั้งเดิม แต่ละประเภทมอบประสบการณ์ที่พิเศษและน่าเพลิดเพลิน ขณะที่คุณสำรวจภูมิทัศน์อันหลากหลายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าลืมลิ้มรสชาติ ชื่นชมฝีมือการผลิต และดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วยความรับผิดชอบ สำหรับผู้ที่สนใจในสินค้าสำหรับผับ บาร์และสถานบันเทิง ห้ามพลาดการเข้าชมงานแสดงสินค้า PUB & BAR Asia 2024 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ คุณจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องดื่มประเถทต่างๆ สินค้าใหม่ล่าสุด ทั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ และวัตถุดิบต่างๆ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้ฟรี! https://eventpassinsight.co/el/to/TFBO2401

NEWS

โอกาสสุดท้าย! รับเงินสนับสนุนมากถึง 80% จาก สสว. บูธถูกจับจองอย่างรวดเร็ว!

ผู้ประกอบการธุรกิจผับ บาร์ และสถานบันเทิงที่กำลังมองหาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง งาน Pub & Bar Asia 2024 มอบโอกาสพิเศษ ในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพิ่มยอดขาย และปิดดีลสำคัญกับผู้ซื้อที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพสูง และผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมุ่งมั่นยกระดับธุรกิจผับและบาร์ของตนเอง เพื่อรองรับความต้องการของตลาด